วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ต้นสน 800 ปีใกล้ๆ เมืองอิฟราน

ประเทศโมร็อกโกมีภูมิประเทศและภูมิอากาศที่หลากหลาย ตั้งแต่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มหาสมุทรแอตแลนติก ทะเลทรายซาฮารา เทือกเขาริฟ และเทือกเขาแอตลาส

จาก อิฟรานและต้นสน 800 ปี


ป่าต้นสนเมืองอัซรู (Azrou) 20 กม. จากเมืองอิฟราน (Ifrane) ในเทือกเขาแอตลาสตอนกลางเป็นสถานที่น่าสนชมแห่งหนึ่งในโมร็อกโก (ในฤดูหนาวจะปกคลุมด้วยหิมะ)

จาก อิฟรานและต้นสน 800 ปี


โดยสิ่งที่ดึงดูดผู้มาชมป่าต้นสนนี้มากที่สุดก็คงไม่พ้นต้นสนยักษ์ "กูโร" (ชื่อ Cèdre de Gouraud ตามชื่อบุคคลที่ค้นพบ) อายุ 800 ปี ซึ่งน่าเสียดายว่าตายลงแล้วเมื่อ 4-5 ปีที่ผ่านมา

จาก อิฟรานและต้นสน 800 ปี


นอกจากนี้ ในป่าเดียวกัน ก็ยังมีลิงชื่อแปลจากภาษาฝรั่งได้ว่า "พฤกษวานร" (ลิงป่าหรือลิงต้นไม้ ภาษาอังกฤษว่า Barbary Macaque และชื่อทางวิทยาศาสตร์ภาษาละติน Macaca sylvanus) ลิงเหล่านี้ฉลาดมากและเป็นมิตรกับมนุษย์พอควร สามารถยื่นมือรับของกินทีละชิ้นและรับประทานต่อหน้าคนให้โดยไม่วิ่งหนีไปไหน (ถ้าเทียบกับลิงลพบุรีบ้านเรา) เท่าที่ได้อยู่สังเกต พวกลิงนี้จะหาเห็บให้กัน มีการนวด เกาให้ซึ่งกันละกัน เป็นการแสดงตามธรรมชาติที่ทำมนุษย์อย่างเราต้องอดคิดถึงตัวเองไม่ได้ !

จาก อิฟรานและต้นสน 800 ปี

จากเมืองอัซรู ขับรถไปไม่ถึง 20 กม. ก็จะถึงเมืองอิฟราน สร้างขึ้นโดยอดีตกษัตริย์โมร็อกโกให้เป็นเมืองตากอากาศชั้นหนึ่ง จึงเป็นเมืองที่ถือได้ว่ามีความสะอาดและทันสมัยเทียบยุโรปมากที่สุดของโมร็อกโก นอกจากจะเป็นเมืองตากอากาศแล้ว อดีตกษัตริย์ฮาสซานที่ 2 (Hassan II) ก็ยังได้ร่วมกับกษัตริย์ของซาอุดิอาริเบีย ก่อตั้งมหาวิทยาลัยซึ่งใช้ภาษาอังกฤษและระบบการเรียนการสอนแบบอเมริกันเป็นแห่งแรก (และยังเป็นแห่งเดียวในปัจจุบัน) ของโมร็อกโก ชื่อ Al Akhawane University (Al Alkhawane แปลว่า "พี่น้องสองคน")

จาก อิฟรานและต้นสน 800 ปี

ประภาคารกรุงราบัตยามอาทิตย์อัสดง

ใครเคยไปกรุงราบัตก็จะเห็นว่ามีสถานที่น่าชมหลายแห่ง อาทิ เมืองเก่า (La Médina), ป้อมปราการ Kasbah des Oudaïas, สุสานโบราณ Chellah, อนุสรณ์สถาน Mohammed V ฯลฯ แต่มีที่หนึ่งซึ่งน่าชมยามพระอาทิตย์อัสดงคือประภาคารกรุงราบัต

จาก ประภาคารกรุงราบัต


ประภาคารตั้งอยู่เลยป้อมปราการ Kasbah des Oudaïas ไปทางทิศเหนือ เดินเลาะทะเลไปสัก 15 นาที ก็จะมีทางเข้า และจากนั้น เป็นทางเดินเท้าทำเป็นท่าเรือยื่นไปในทะเล ช่วงที่ไปนั้น เป็นปลายฤดูร้อน พระอาทิตย์ตกดินประมาณ 19.00 น. สีที่ได้ออกมาจึงเป็นสีร้อนและเย็นผสมผสานกันออกมาน่าชมยิ่งนัก

จาก ประภาคารกรุงราบัต